Click to skip the navigation bar
  คำถามที่พบบ่อย

How to troubleshoot Smart Camera Tampering Detection issues

บทนำ

บทความนี้อธิบายการทำงานของฟีเจอร์ Camera Tampering Detection และแนะนำขั้นตอนการแก้ไขปัญหาที่พบบ่อย เช่น การแจ้งเตือนผิดพลาด (false alarms)

 

Camera Tampering Detection คืออะไร

Camera Tampering Detection เป็นฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยแบบอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องกล้องจากการถูกทำลายหรือการก่อกวน ฟีเจอร์นี้มีความสามารถในการส่งการแจ้งเตือนแบบทันที (push notifications) และกระตุ้นไซเรนในตัวกล้อง (หากเปิดใช้งาน) เพื่อขัดขวางผู้บุกรุกในทันที

ระบบจะทริกเกอร์เตือนเมื่อมีวัตถุมาปิดเลนส์ของกล้องจนพื้นที่ที่ถูกบังถึงเกณฑ์ที่กำหนด ระดับความไว (Sensitivity) ในแอป Tapo จะควบคุมเกณฑ์เหล่านี้โดยตรง โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ความไวต่ำ (Low Sensitivity): แจ้งเตือนเมื่อภาพถูกบัง 77% ขึ้นไป

  • ความไวปานกลาง (Medium Sensitivity – ค่าเริ่มต้น): แจ้งเตือนเมื่อภาพถูกบัง 69.5% ขึ้นไป

  • ความไวสูง (High Sensitivity): แจ้งเตือนเมื่อภาพถูกบัง 61% ขึ้นไป

ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นตัวทริกเกอร์สัญญาณเตือนเท่านั้น แต่ จะไม่สร้างไฟล์วิดีโอ ของเหตุการณ์ ไม่มีวิดีโอถูกบันทึกลงคลาวด์หรือการ์ด microSD เมื่อมีการแจ้งเตือนจากการก่อกวน ดังนั้น หากต้องการบันทึกวิดีโอในขณะเกิดเหตุแนะนำให้เปิดใช้งาน Motion Detection

 

วิธีเปิดใช้งาน Camera Tampering Detection

ไปที่หน้า Settings ของกล้อง แล้วเลือก Detection > Camera Tampering เพื่อเปิดใช้งานและปรับความไวในการตรวจจับ

Enable the Camera Tampering Detection.

 

Requirements

ดาวน์โหลดแอป Tapo จาก Google Play Store, App Store หรือโดยการสแกน QR Code

Download the Tapo App.

 

วิธีแก้ปัญหา

 

สถานการณ์ที่ 1: การแจ้งเตือนจาก Camera Tampering ผิดพลาด

 

สาเหตุที่เป็นไปได้:

  • วัตถุเคลื่อนไหวใกล้เลนส์

อาจเกิดจากใบไม้ใหญ่ กิ่งไม้ ของแขวนที่แกว่ง หรือแมลงตัวใหญ่ที่คลานบนเลนส์ วัตถุที่เคลื่อนที่ในระยะประชิดกล้องอาจบดบังพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาพ ซึ่งระบบอาจตีความว่าเป็นความพยายามในการปิดเลนส์

  • การติดตั้งกล้องไว้หลังกระจก

การติดตั้งกล้องให้มองผ่านหน้าต่างอาจะทำให้เกิดการแจ้งเตือนผิดผลาดได้ด้วยหลายสาเหตุ ในช่วงเวลากลางคืน แสงอินฟราเรด (IR) ของตัวกล้องจะสะท้อนกับกระจก ทำให้เกิดแสงสะท้อนรุนแรงจนภาพสว่างจ้าจนมองไม่เห็นรายละเอียด นอกจากนี้ แสงสะท้อนจากไฟภายในบ้าน คราบบนกระจก หรือหยดน้ำฝนที่เกาะอยู่บนหน้าต่าง ก็สามารถบดบังพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาพ ซึ่งทำให้ระบบเข้าใจผิดว่าตัวเลนส์ของกล้องถูกปิดกั้น.

 

คำแนะนำที่ 1: ปรับสภาพแวดล้อมและตำแหน่งการติดตั้งกล้อง

  • เคลียร์พื้นที่การมองเห็น เช่น ตัดกิ่งไม้ ใบไม้ และทำความสะอาดใยแมงมุม
  • หลีกเลี่ยงการติดตั้งกล้องหลังกระจก เพื่อผลลัพธ์ที่ดี กล้องควรติดตั้งไว้ในที่ที่ไม่มีวัตถุมาบดบัง หากต้องการเฝ้าระวังพื้นที่ภายนอก ควรติดตั้งกล้องในตำแหน่งภายนอก
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากล้องถูกติดตั้งบนพื้นผิวที่มั่นคงและไม่เคลื่อนไหว พร้อมทั้งขันสกรูยึดทั้งหมดให้แน่น.

เคล็ดลับที่ 2: ปรับความไวของฟีเจอร์ Tampering Detection

หากไม่สามารถปรับสภาพแวดล้อมได้ หรือการปรับดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมด คุณสามารถลดระดับความไวในแอป Tapo ได้ที่ Camera Settings > Detection > Camera Tampering แล้วเลือกความไวระดับที่ต่ำลง

การลดความไวจะทำให้กล้องตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยน้อยลง อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าการลดความไวเป็นการแลกเปลี่ยน และอาจทำให้การตรวจจับเหตุการณ์จริงล่าช้าได้

 

สถานการณ์ที่ 2: ฟีเจอร์ Camera Tampering ไม่ทำงาน

 

  • เพิ่มความไวในการตรวจจับ  ความไวอาจตั้งไว้ต่ำเกินไปจนไม่สามารถตรวจจับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้
  • ตรวจสอบการตั้งค่าการแจ้งเตือน กล้องอาจตรวจจับเหตุการณ์ได้ แต่โทรศัพท์ของคุณไม่ได้แสดงการแจ้งเตือน
    ไปที่ Camera Settings > Notifications > Enable Activity Notifications > เลือก Camera Tampering ในส่วน Activity Type
  • อัปเดตเฟิร์มแวร์และแอป เฟิร์มแวร์หรือเวอร์ชันแอปที่ไม่เป็นปัจจุบันอาจทำให้เกิดปัญหาได้
  • รีบูตกล้อง แนะนำให้ตั้งเวลารีบูตอัตโนมัติเพื่อให้กล้องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
    สามารถตั้งค่าได้ที่ Tapo App > Camera Device Settings > Reboot Camera > เปิดใช้งาน Auto Reboot

 

QA

Q1: จำเป็นต้องสมัครบริการ Tapo Care เพื่อใช้ฟีเจอร์ Camera Tampering หรือไม่

A1: ไม่จำเป็น ฟีเจอร์ Camera Tampering Detection สามารถใช้งานได้ฟรีอย่างสมบูรณ์ คุณสามารถใช้ฟีเจอร์นี้และรับการแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องมีการสมัคร Tapo Care.

 

Q2: ทำไมฉันได้รับการแจ้งเตือน Camera Tampering แต่ไม่พบวิดีโอคลิปที่สอดคล้องกันในประวัติการเล่นย้อนหลัง (Playback)?

A2: เนื่องจากฟีเจอร์ Camera Tampering ถูกออกแบบมาให้ทำงานเป็นตัวทริกเกอร์สัญญาณเตือนเท่านั้น จุดประสงค์หลักคือการส่งคำเตือนทันทีเมื่อมุมมองของกล้องอาจถูกขัดขวาง จากการออกแบบในปัจจุบัน ฟีเจอร์นี้จะไม่สร้างไฟล์วิดีโอบันทึกเหตุการณ์ เมื่อคุณได้รับการแจ้งเตือน วิธีที่ดีที่สุดคือเปิดแอปและตรวจสอบภาพสด (Live Feed) ทันทีเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ หากต้องการบันทึกวิดีโอเหตุการณ์ในขณะเกิดการก่อกวน แนะนำให้เปิดใช้งาน Motion Detection เพิ่มเติม.

 

Q3: ฟีเจอร์นี้ใช้งานได้ในเวลากลางคืนหรือในความมืดสนิทหรือไม่?

A3: ได้ ฟีเจอร์ Camera Tampering Detection มีประสิทธิภาพเท่ากันในโหมด Night Vision ฟีเจอร์นี้วิเคราะห์ความสมบูรณ์ของภาพทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภาพที่บันทึกด้วยแสงปกติหรือแสงอินฟราเรด หากเลนส์ถูกปิดกั้นในตอนกลางคืนจนทำให้แสงอินฟราเรดไม่สามารถจับภาพได้อย่างชัดเจน ระบบจะตรวจพบความผิดปกตินี้และทริกเกอร์สัญญาณเตือน

 

Q4: การเปิด Privacy Mode ของกล้องจะทำให้เกิดการแจ้งเตือน Tampering หรือไม่?

A4: ไม่ ระบบมีความสามารถเพียงพอในการแยกแยะระหว่างการเปิด Privacy Mode โดยตั้งใจ (ซึ่งมีการปิดเลนส์โดยเจตนา) และการปิดกั้นจากสาเหตุภายนอกที่ไม่พึงประสงค์ เมื่อคุณเปิด Privacy Mode ผ่านแอป ฟีเจอร์ Camera Tampering Detection จะเพิกเฉยต่อสถานะนี้โดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการแจ้งเตือนผิดพลาด